จิมมี่เศรษฐีใจบุญ มอบ 16 ล้าน ถึงมือพี่ตูนเเล้ว

แฟนๆ เกือบพลาดชอตสำคัญ หลังรับมอบเช็ค 16 ล้าน ที่จิมมี่ เศรษฐีใจบุญบริจาคในนามชาวนครศรีธรรมราช ตูนได้วิ่งต่อไปจนถึงค่ายวชิราวุธ
ขณะที่จิมมี่ นั่งคอยในร้าน ไม่มีใครบอกให้รู้ ก่อนที่จะตามไปเจอกันหน้าค่ายฯ มีการกอดขอบคุณสุดซึ้ง…

วันที่ 12.พ.ย. “ตูน บอดี้สแลม” และคณะนักวิ่ง ก้าวคนละก้าวฯ หลังออกสตาร์ตของการวิ่งเป็นวันที่ 12 ออกจากหน้าที่ว่าการอำเภอเฉลิมพระเกียรติ จ.นครศรีธรรมราช ไปตามถนนสาย 408 สงขลา-นครศรีธรรมราช
มุ่งหน้าไปยังวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร และกองทัพภาคที่ 4 ก่อนมุ่งหน้าเข้าสู่เขตตัวเมืองนครศรีธรรมราชไปตามถนนสายราชดำเนิน ผ่านสี่แยกหัวถนน ผ่านหน้า รพ.มหาราชนครศรีธรรมราช ซึ่งมีบรรดาแพทย์พยาบาลจาก รพ.ต่างๆ
ทั่วจังหวัดนครศรีธรรมราชมายืนรอนำเงินบริจาครวมประมาณเกือบ 1 ล้านบาท มามอบให้ตูน รวมถึงชาวบ้านจำนวนมากร่วมบริเวณบริจาคเงินตลอดเส้นทาง เวลา 13.00 น. ตูน และคณะได้วิ่งมาถึงหน้าวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร ที่ลานโพธิ์ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราชซึ่งเป็นจุดที่ได้กำหนดมอบตั๋วแลกเงิน จำนวน 16 ล้านบาท ของนายจิมมี่
ชวาลา นักธุรกิจค้าผ้า เศรษฐีใจบุญชาวจังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อสนับสนุนโครงการก้าวคนละก้าว เพื่อ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศ โดยมีนายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นตัวแทน มอบในนามชาวนครศรีธรรมราช มอบตั๋วแลกเงิน จำนวน 16 ล้านบาท ให้ตูน บอดี้สแลม ทันที โดยไม่มีตัวนายจิมมี่ ชวาลา เจ้าของเงิน 16 ล้านบาท มาร่วมมอบด้วยแต่อย่างใดโดยนายจิมมี่อ้างว่าต้องการให้ทุกคนมีความสุขกับ ”ตูน”
อย่างเต็มที่ ไม่ต้องการให้มาเสียเวลากับตนในวันนี้

จากนั้นตูน บอดี้สแลมได้กล่าวขอบคุณพี่น้องประชาชนชาวนครศรีธรรมราชและชาวไทยทั่วประเทศที่ได้ร่วมกันบริจาคเงินคนละเล็กคนละน้อยเพื่อสนับสนุนโครงการก้าวคนละก้าว ยอมรับว่าตอนนี้ตนไม่มีเสียงแล้ววิ่งจนเสียงแห้งต้องขอโทษพี่น้องประชาชนด้วยที่ไม่ได้ยินเสียงตนได้ชัดเจนในวันนี้ ตูน บอดี้สแลม กล่าวอีกว่า ขณะนี้ได้บริจาคกว่า 180 ล้านบาทแล้ว หากเอารวมกับของคุณจิมมี่ในวันนี้ 16 ล้านบาท และของชาวนครศรีธรรมราชในวันนี้น่าจะได้ไม่ต่ำกว่า 200 ล้านบาทแล้ว ซึ่งตนต้องการได้เงินคนละเล็กคนละน้อยจากคนจำนวนมาก ไม่ประสงค์เงินจำนวนมากจากคนจำนวนน้อย ต้องการให้ทุกคนมีส่วนร่วม และหันมาอออกกำลังกายเพื่อสุขภาพกันเยอะๆ และถึงแม้ว่าตนจะวิ่งจากเบตงถึงแม่สาย ตนก็ยังไม่เหนื่อยเท่ากับหมอและพยาบาล ตนไม่ใช่ฮีโร่ แต่ผู้ที่เป็นฮีโร่คือคุณหมอและพยาบาล ขอให้กำลังใจแก่คุณหมอและพยาบาล ต่อไปอยากจะขอให้ทุกคนที่มาร่วมต้อนรับตนได้เปลี่ยนจากตูนสู้ๆ ให้กล่าวคำว่า “คุณหมอสู้ๆ พยาบาลสู้ๆ” ซึ่งขอให้เริ่มตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชเป็นต้นไป ก่อนที่ตูนได้กล่าวนำเป็นต้นเสียง “คุณหมอสู้ๆ พยาบาลสู้ๆ” มีผู้กล่าวตามดังกึกก้องบริเวณลานโพธิ์วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จากนั้นตูนได้ลงจากเวทีแล้วไปพักผ่อน และทำการบำบัดร่างกายในรถนานประมาณ 1 ชั่วโมง