ลูกจัน ลูกอิน

จัน,จันอินจันโอจันขาว หรือ จันลูกหอม (ชื่อวิทยาศาสตร์Diospyros decandra) เป็นพืชวงศ์เดียวกับมะพลับและมะเกลือ เป็นพืชท้องถิ่นของประเทศไทย เปลือกต้นสีน้ำตาลอมดำ ใบเดี่ยว ดอกขนาดเล็ก สีขาวหรือเหลือง ผลกลมเมื่อสุก สีเหลืองรสหวาน ผลมีสองแบบคือ ผลที่มีรอยบุ๋มตรงกลาง เมล็ดลีบหรือไม่มีเมล็ด เรียกลูกจันอิน ส่วนผลที่ไม่มีรอยบุ๋ม มีเมล็ด 2-3 เมล็ดเรียกลูกจันโอ ผลมีกลิ่นหอมและมีรสฝาด ต้องคลึงผลให้ช้ำ รสฝาดจึงจะหายไปนิยมกินเป็นผลไม้สด และนิยมปลูกในวัด

จันมีผล 2 แบบคือ ผลกลมแป้นและผลกลมรี ซึ่งบางท้องถิ่นเรียกชื่อต่างกันไปว่า ลูกจันและลูกอิน แต่ในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตนสถาน ได้อธิบายลักษณะของผลจันไว้ว่า แบ่งออกเป็น “จันอิน” คือจันชนิดลูกกลมแป้น ส่วน “จันโอ” คือจันชนิดผลกลมรี และมีเมล็ด ซึ่งแตกต่างของผลทั้งสองชนิดนี้ เกิดจากการที่จันอินมีเมล็ดที่ไม่สมบูรณ์เพศ ลีบแบน หรือไม่มีเมล็ดเลย ผลจึงมีลักษณะบุ๋มตรงกลาง ขณะที่จันโอเมล็ด 2-3 เมล็ด ทำให้จันโอมีผลรูปร่างกลมรี เนื้อน้อยกว่าจันอิน โดยเมล็ดจันโอเป็นเมล็ดแบบสมบูรณ์เพศ สามารถนำไปใช้ขยายพันธุ์ได้

ผลสุกรับประทานได้ หรือนำไปแปรรูปเป็นของหวาน ผลช่วยแก้อาการนอนไม่หลับ กระสับกระส่าย เนื้อไม้มีรสขมปนหวาน เป็นยาบำรุงประสาท แก้ร้อนใน แก้ไข้ ขับพยาธิ แก่นใช้ต้มรวมกับสมุนไพรอื่น ใช้เป็นยาแก้ไข้ ผลดิบทางภาคอีสานนำไปตำส้มตำ โดยสับทั้งเปลือก ใช้แทนมะละกอ ปรุงรสเปรี้ยวด้วยมะยมและมะเฟือง

ต้นไม้ประจำมหาวิทยาลัยศิลปากร

ดูเพิ่มเติมที่: มหาวิทยาลัยศิลปากร

เป็นต้นไม้ใหญ่ ผลมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว ยืนต้นเก่าแก่อยู่คู่กับวังท่าพระมาช้านาน และยังมีต้นเก่าแก่อีกต้นที่พระตำหนักทับขวัญ พระราชวังสนามจันทร์ มหาวิทยาลัยจึงกำหนดให้ต้นจันเป็นต้นไม้ประจำมหาวิทยาลัย เป็นที่มาของเพลงกลิ่นจัน ปัจจุบันมีการปลูกต้นจันที่วิทยาเขตสารสนเทศเพชรบุรีเพิ่มขึ้นด้วย

คนรุ่นใหม่น้อยคนนักที่จะรู้จักหรือเคยเห็นผลไม้ชนิดนี้ เพราะต้น “จัน” ไม่นิยมปลูกและหาดูได้ยากแล้วในปัจจุบัน จันเป็นต้นไม้พื้นบ้านของไทย จัดอยู่ในสกุล Diospyros เช่นเดียวกับพลับ ผลทรงกลมขนาดเล็ก มีกลีบเลี้ยงอยู่ตรงขั้วผล ผลดิบสีเขียว เมื่อสุกสีเหลืองนวล จุดเด่นของลูกจันสุกอยู่ที่มีกลิ่นหอมชื่นใจมาก คนไทยแต่โบราณจึงนิยมเก็บมาดมและวางไว้ตามมุมห้อง เพื่อให้ส่งกลิ่นหอมฟุ้งไปทั่ว

แม้ผลจันหรือลูกจันจะมีขนาดเล็ก แต่ก็เปี่ยมไปด้วยสารฟลาโวนอยด์ (Flavonoid) ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยต้านอนุมูลอิสระ ลดอาการอักเสบ และอาจส่งผลยับยั้งการเจริญเติมโตของเซลล์มะเร็ง สรรพคุณทางยาของลูกจันคือ บรรเท่าอาการท้องเสีย ช่วยบำรุงกำลังให้ร่างกาย แก้อาการนอนไม่หลับ นอกจากนี้ส่วนต่างๆ ของต้นจันยังนำมาใช้เป็นยาได้ เช่น แก่นใช้แก้ไอ แก้ไข้ บำรุงตับและปอด เนื้อไม้ใช้แก้อาการอ่อนเพลีย แก้ไข้ ขับพยาธิ บำรุงเลือด และบำรุงหัวใจ

ลูกจันดิบสามารถนำมาตำส้มตำกินได้ ส่วนผลสุกเนื้อจะนุ่มฉ่ำน้ำรสหวานอ่อน ๆ ปนฝาด ซึ่งเคล็ดลับในการกินลูกจันสุกให้อร่อยของคนสมัยก่อนก็คือ ใช้มือนวดคลึงผลให้น่วมก่อน เพื่อลดความฝาดลง หรือจะนำไปทำขนมหวานก็ได้ โดยเลือกผลจันสุกมาปอกเปลือก แคะเมล็ด ฉีกเนื้อเป็นชิ้นเล็กๆ ใส่ลงในน้ำกะทิที่ตั้งไฟอ่อนแล้วเติมน้ำตาลปี๊บเพิ่มความหวาน กินคู่กับข้าวเหนียวมูน ยิ่งได้รสชาติหวานมันหอม