อย่าตกเป็นเหยื่อ ยั่วให้แพนิค “ไวรัสโคโรนา”

เกิดเป็นกระแสวิตกกังวลกันทั่วโลก หลังมีหญิงสาวอ้างตัวเป็นพยาบาลที่เมืองอู่ฮั่น อัดคลิปวิดีโอเปิดเผยสถานการณ์ในประเทศจีน เมื่อวันที่ 25 ม.ค.ที่ผ่านมา โดยมีความยาวคลิปเกือบ 4.40 นาที เนื้อหาในคลิป บอกว่า ตอนนี้ที่เมืองมีผู้คนติดเชื้อกว่า 90,000 ราย และเชื้อสามารถแพร่จาก 1 คน ติดต่อไปถึง 14 คนได้

เธอยังบอกอีกว่า รัฐบาลกำลังพยายามปกปิดความจริงเรื่องนี้ ขอให้ทุกคนเตรียมตัวรับมือให้ดี หลีกเลี่ยงการอยู่นอกสถานที่ และที่ตนทำงานหนักอย่างไม่ห่วงชีวิต เพราะต้องการให้แม่และคนในครอบครัวปลอดภัย

หลังจากคลิปของพยาบาลชาวจีนรายนี้ได้ถูกเผยแพร่ออกมา ก็มีคนแชร์คลิปเป็นจำนวนมาก และต่างก็ตกใจกับสถานการณ์ที่ได้บอก

ต่อมาก็ได้มีคนจับผิดคลิปของเธอและบอกว่าเป็น คลิปปลอม หลังจากมีการรายการของจีน เมื่อวันที่ 29 ม.ค. พบว่ามีผู้ติดเชื้อล่าสุดอยู่ที่ 5,974 คน ดังนั้น ตัวเลขผู้ติดเชื้อ 90,000 คน จึงไม่ถูกต้องอย่างแน่นอน

และชาวโซเชียล หลายๆ คนยังบอกอีกว่า ลักษณะการแต่งกายของพยาบาลสาวคนนี้ ไม่เหมือนกับแพทย์ที่กำลังรักษาคนติดเชื้อโคโรนา และหากสังเกตตาของเธอ จะเห็นได้ว่าเหมือนเธอกำลังอ่านสคริปต์อยู่

2.คลิปโคโรนาระบาดหนัก ทำคนล้มทั่วเมืองจีน
คลิปที่พูดถึงนี้ เป็นภาพวีดิโอที่อ้างว่า เป็นผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา ที่กำลังระบาดหนักในจีน จนมีคนล้มหมดสติกลางถนน ทำให้ผู้คนแตกตื่นและเกิดการแชร์คลิปออกมา

จากการตรวจสอบของทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้สอบถามไปยังนายแพทย์ขจรศักดิ์ แก้วจรัส รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข พบว่าข่าวดังกล่าวนั้น ไม่เป็นความจริง และไม่ใช่อาการของผู้ที่ติดเชื้อไวรัสโคโรนา ขอให้ติดตามจากหน่วยงานรัฐเท่านั้น

3.ระวังติด แค่มองตา โปรดรับรู้ไว้ว่า ข่าวนี้คือของปลอม และโรคนี้ยังไม่ได้ร้ายแรงถึงขึ้นนั้น และการจะติดเชื้อไวรัสนี้นั้นเกิดจาก เมื่อผู้ติดเชื้อมีอาการไอ หรือ จาม แล้วมีละอองฝุ่นออกมาข้างนอก ตกตามวัตถุต่างๆ

หากเรานำมือไปสัมผัสแล้วนำไปจับตามใบหน้า หรือสัมผัสกับอาหารเข้าปากโดยตรง จะทำให้เราได้รับเชื้อไวรัสโคโรนาได้ หรือถูกคนอื่นจามใส่ ไอใส่ ในระยะที่ใกล้ๆ ก็เสี่ยงที่จะติดเชื้อได้

อาการของผู้ที่ติดเชื้อนั้น คือมีไข้ร่วมกับ มีอาการระบบทางเดินหายใจ เช่น ไอเจ็บคอ มีน้ำมูก และเหนื่อยหอบ อย่างใดอย่างหนึ่ง และหากมีประวัติการเดินทางไปเมืองอู่ฮั่นขอให้เข้ารับการรักษาโดยด่วน

ส่วนวิธีการป้องกันเอง สธ.ได้แนะนำให้ประชาชนรับประทานอาหารที่ปรุงสุก ใช้ช้อนกลาง หมั่นล้างมือด้วยน้ำสบู่หรือแอลกอฮอล์เจล และหลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิด กับผู้ที่มีอาการคล้ายเป็นไขหวัด ไอมีน้ำมู

4.อาหารปนเปื้อนไวรัส

เป็นอีกหนึ่งข้อความที่ถูกโพสต์ลงบนเฟซบุ๊ก และเกิดการแชร์อย่างมากมาย โดยอ้างว่าเป็นรายชื่ออาหารที่ปนเปื้อนไวรัสโคโนราที่ออสเตรเลีย ในโพสต์ระบุว่า ทั้งข้าวชนิดต่างๆ, คุกกี้ และหัวหอมทอด ปนเปื้อนไวรัส

พร้อมอ้างอีกว่าสำนักงานโรคติดเชื้อได้ทำการทดสอบหลายครั้ง และพบเชื้อไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ใหม่ ในย่านชานเมืองหลายแห่งของซิดนีย์

ด้านเจ้าหน้าที่สาธารณสุขท้องถิ่นได้ออกมาบอกว่า สถานที่เหล่านั้นไม่ได้เสี่ยงต่อการติดเชื้อ และอาหารดังกล่าวก็ไม่ได้ไม่ได้ปรากฏอยู่ในบัญชีเรียกคืนหรือคำแนะนำขององค์การอาหารแต่อย่างใด

่ 5.กรมควบคุมโรคหยุดใช้!! “เครื่องตรวจวัดไวรัส” ข่าวลวงนี้ถูกพูดถึง เมื่อมีสำนักข่าวแห่งหนึ่ง ซึ่งอ้างว่ากรมควบคุมโรคได้หยุดตรวจคนที่สนามบินแล้ว จนเกิดเป็นความเข้าใจผิด และลามไปถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างมาก จึงทำให้กรมการควบคุมดรคออกมาชี้แจ้งถึงประเด็นดังกล่าวว่า เป็นการเสนอข่าวที่คลาดเคลื่อน

นพ.โรม บัวทอง นายแพทย์เชี่ยวชาญกองด่านตรวจควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ ได้ออกมาเปิดเผยขั้นตอนการเฝ้าระวังโรคปอดอักเสบเชื้อไวรัสโรนา ว่าสนามบินสุวรรณภูมิยังคงคัดกรองผู้ป่วยที่เดินทางเข้าประเทศไทยทุกคน

ข้อเท็จจริง คือ ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ยังคงดำเนินการทำ Thermoscan 2 ชั้นระดับ ได้แก่

ระดับชั้นที่ 1 เป็นไปตามมาตรฐานสากล ทำการตรวจวันอุณหภูมิร่างกายผู้โดยสารทั่วไป โดยการใช้อุปกรณ์ Thermoscan camera surveillance เพื่อคัดกรองอุณหภูมิ “ผู้โดยสารทุกคน” ที่เดินทางเข้ามาประเทศไทยจากเที่ยวบินทั่วโลก บริเวณทางเข้าก่อนถึงด่านตรวจคนเข้าเมืองทั้ง 3 ช่องทาง และครอบคลุมทุกพื้นที่ตลอด 24 ชั่วโมง

โดยเป็นเครื่องที่มีกล้องติดตั้งคล้ายระบบ CCTV โดยศูนย์กลางควบคุมอยู่ที่สถานีด่านควบคุมโรคในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อเฝ้าระวังอุณหภูมิผู้โดยสารตลอด 24 ชั่วโมง เป็นมาตรฐานสากลที่สนามบินนานาชาติ ในเอเชียดำเนินการ มาต่อเนื่องประมาณ 3 ปีตั้งแต่ปี พ.ศ. 2560

ระดับชั้นที่ 2 การตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายผู้โดยสารระดับเฉพาะเจาะจงพิเศษ เป็นการทำ Thermoscan Camera Surveillance แบบ Target Flight/Destination เป็นการดำเนินการเสริมในกรณีที่เกิดเหตุการณ์โรคระบาดเกิดขึ้นในต่างประเทศ

โดยจะทำการติดตั้งอุปกรณ์ mobile thermoscan camera ตามจุดที่กำหนดไว้ โดยเฉพาะบริเวณเส้นทางเดินจากประตูเครื่องบินของผู้โดยสารเดิน ก่อนเข้าไปยังอาคารสนามบิน โดยมีกระบวนการตรวจเช็ค 2 รูปแบบ ได้แก่

2.1 แบบเจาะจง ประตูทางออก (Target Gate) ในกรณีที่ประเทศต้นทางของการระบาดเชื้อโรคมีจำนวนเที่ยวบินไม่มากนัก เจ้าหน้าที่จะทำการติดตั้งอุปกรณ์ตรวจ Thermoscan บริเวณด้านหน้าประตูเครื่องบินที่กำหนดไว้ โดยผู้โดยสารจะต้องผ่านการคัดกรองทุกคน
หากพบภูมิร่างกายผิดปกติ เช่น ไข้ต่ำ เจ้าหน้าที่จะวัดอุณหภูมิร่างกายทางใบหูซ้ำอีกครั้งเพื่อยืนยันอุณหภูมิจริงของร่างกาย ด้วยวิธการนี้ทำให้สามารถตรวจพบผู้โดยสารที่มีไข้และยืนยันการติดเชื้อโคโรนา สายพันธุ์ใหม่ 2019 จากเมืองอู่ฮั่นได้เป็นรายแรกที่อยู่นอกประเทศจีน

ทั้งนี้ความสำเร็จดังกล่าวเกิดขึ้นจากความสามัคคี และช่วยเหลือของภาคี อาทิเช่น การท่าอากาศยาน (ฝ่ายการแพทย์ ฝ่ายบริหาร) สายการบิน และ ด่านตรวจคนเข้าเมือง

2.2แบบเจาะจง อาคารเทียบเครื่องบิน (Target Concord) โดยดำเนินการติดตั้งอุปกรณ์ Thermoscan Camera ในแบบ Concord Screening โดยกำหนดให้เที่ยวบินที่มาจากประเทศที่มีการระบาดของเชื้อโรค ให้ลงในอาคารสถานที่เดียวกัน เพื่อไม่ให้ปะปนกับผู้โดยสารจากประเทศอื่น

6.ผู้ป่วยเสียชีวิต 1 รายแล้วที่ภูเก็ต!! “ ตาย….1ศพ…สนามบินภูเก็ต #จีน” ข้อความนี้ถูกเผยแพร่ผ่านเฟซบุ๊ก Konnika Jampabureeเมื่อวันที่ 27 ม.ค.ที่ผ่านมา พร้อมภาพการขนย้ายผู้ป่วยด้วยรถฉุกเฉิน หลังจากโพสต์นี้ได้ปรากฏออกไป ก็สร้างความหวาดวิตก ให้กับชาวภูเก็ตเป็นอย่างมาก และเกิดการแชร์ต่อข้อความอย่างมากมาย

ต่อมาไม่นาน สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต ได้ออกหนังสือชี้แจงข้อเท็จจริง เกี่ยวกับกรณีการเผยแพร่ภาพทาง

เฟซบุ๊ก ว่ามีผู้เสียชีวิต ณ ท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต ขอยืนยันว่าเรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด พร้อมขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนทุกภาคส่วน ตรวจสอบข้อมูลให้ถูกต้องก่อนเผยแพร่ผ่านสื่อออนไลน์

จากการตรวจสอบ กรณีดังกล่าวเป็นเพียง ผู้โดยสารเป็นลม เท่านั้น ซึ่งเกิดขึ้นเพราะมีอาการอ่อนเพลีย หน้าซีด แต่ยังรู้สึกตัวดี ทางทีมแพทย์ จึงทำการประเมินชีพจรให้ ก่อนพบว่า ชีพจรปกติ,ความดันโลหิตสูง,อัตราการหายใจปกติ,ระดับออกซิเจนในเลือดปกติ,ระดับน้ำตาลในเลือดปกติ จึงนำกลับคลินิกเพื่อตรวจรักษาเพิ่มเติม

ดังนั้นการนำเสนอข่าวเรื่องมีผู้เสียชีวิตที่สนามบินภูเก็ตจึงไม่ได้เป้นความจริงแต่อย่างใด และผู้นำเสนอข้อมูลจะมีความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ฐานทำให้สังคมเกิดความสับสน ตื่นตระหนก และอาจส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจโดยรวมของจังหวัดภูเก็ตและระดับประเทศ

7.พนักงานการบินไทย ติดเชื้อไวรัสอู่ฮั่น!!

เรียกได้ว่าเป็นอีก 1 กรณีที่มีการแชร์ข้อความเกี่ยวกับพนักงานการบินไทยที่ติดเชื้อไวรัสโคโรนา และยังให้บริการผู้โดยสารอย่างปกติ แต่ทางการบินไทยได้ปิดข่าวเอาไว้

ซึ่งต่อมาทางการบินไทยได้ออกแถลงการณ์ กรณีมีคนแชร์ข้อความนี้ว่า ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด เพราะทางสายการบินมีการออกแบบมาตรการป้องกันอย่างเข้มงวด

“ตามที่มีการแชร์ข้อมูลในสื่อสังคมออนไลน์ว่า มีพนักงานของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ที่ปฏิบัติหน้าที่ให้บริการผู้โดยสารติดโรคปอดอักเสบ จากไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่นั้น บริษัทฯ ขอยืนยันว่า ข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2563 บริษัทฯ ได้ออกมาตรการในการป้องกันโรคระบาดดังกล่าว โดยคำนึงถึงการให้บริการและความปลอดภัยสูงสุด ดังนี้

1.มาตรการคัดกรองในการตรวจรับผู้โดยสารและการบริการภาคพื้น 2.มาตรการในการให้บริการบนเครื่องบิน
3.มาตรการในการจัดเตรียมอากาศยาน และฆ่าเชื้อโรค 4.มาตรการทำความสะอาดภายในอากาศยาน 5.มาตรการป้องกันและเฝ้าระวังสุขอนามัยของพนักงาน 6.มาตรการการรับขนส่งสินค้าและไปรษณียภัณฑ์ 7.มาตรการด้านโภชนาการ โดยบริษัทฯ ได้เน้นย้ำให้ผู้ปฏิบัติงานปฏิบัติตามมาตรการอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะให้ผู้ปฏิบัติงานดูแลตนเอง อาทิ สวมหน้ากากอนามัย และถุงมือ รวมทั้งคอยสังเกตอาการผู้โดยสารในระหว่างเที่ยวบิน ตลอดจนได้ประสานงานกับกระทรวงสาธารณสุขอย่างต่อเนื่อง เพื่อติดตามสถานการณ์และมาตรการต่างๆ ของกระทรวงสาธารณสุขอย่างใกล้ชิด”

8.โคราช-กาญฯ พบผู้ป่วยแล้ว จากที่มีผู้ใช้สื่อโซเชียลฯโพสต์ข้อความ มีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา ได้ มารักษาที่โรงพยาบาล ป.แพทย์ 1 จังหวัดนครราชสีมา และโรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งล่าสุด ทั้งสองจังหวัดได้ออกมาชี้แจ้งแล้วว่า ยังไม่พบผู้ติดเชื้อในจังหวัด

รองผู้อำนวยการสายแพทย์ รพ.ป.แพทย์ ได้ออกมาชี้แจงข้อเท็จจริง กรณีมีผู้ป่วยต้องสงสัยติดเชื้อไวรัสโคโรนาเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล ป.แพทย์ 1 ว่า เป็นเพียงผู้ป่วยไข้หวัด จึงเข้ารักษาที่ รพ.บัวใหญ่ แพทย์ยืนยันผลตรวจเป็นไข้หวัดเกิดจากอากาศเปลี่ยนแปลงไม่เข้าข่ายติดเชื้อโคโรน่า จึงจ่ายยาให้กลับไปรักษาตัวที่บ้าน

โรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา จ.กาญจนบุรี ก็ได้ออกประกาศชี้แจงในกรณีที่มีการพูดถึงในโซเชียลมีเดียว่าพบผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ทางโรงพยาบาลยืนยันว่ายังไม่พบผู้ติดเชื้อแต่อย่างใด โดยถ้าพบผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันว่าป่วยเป็นโรคดังกล่าวจริง ทางกระทรวงสาธารณสุขจะแจ้งแก่ประชาชนให้ทราบต่อไป


ข่าวโดย : ทีมข่าว MGR Live
ขอบคุณภาพ : AFP และ แฟนเพจ “Drama-addict” https://mgronline.com/live/detail/9630000009724