วัตถุอันตราย 9 ประเภท ที่ไม่อนุญาตนำขึ้นเครื่อง การบินไทย

(Dangerous Goods/Hazardous Material)

เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสารทุกท่าน บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ไม่อนุญาตให้ผู้โดยสารนำพาสิ่งของที่เป็นวัตถุอันตรายบนทุกเที่ยวบินของการบินไทย ไม่ว่าจะบรรจุในสัมภาระชนิดต่าง ๆ หรือ พกติดตัว ซึ่งวัตถุอันตรายนั้นหมายถึง วัตถุหรือสารซึ่งก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อสุขภาพ ความปลอดภัย และ ทรัพย์สิน หรือสภาพแวดล้อม โดยแบ่งได้ 9 ประเภทดังนี้
1.    วัตถุระเบิด
2.    ก๊าซ
3.    ของเหลวไวไฟ
4.    ของแข็งไวไฟ
5.    สารออกซิไดส์ และ ออร์แกนิคเปอร์ออกไซด์
6.    สารพิษและสารติดเชื้อ
7.    วัตถุกัมมันตรังสี
8.    สารกัดกร่อน
9.    วัตถุหรือสารอื่น ๆ ซึ่งอาจเป็นอันตรายขณะการขนส่งทางอากาศ รวมถึงสารที่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม 

อย่างไรก็ตามมีสิ่งของบางชนิดที่การบินไทยอนุญาตให้ผู้โดยสารสามารถนำติดตัวหรือใส่ไว้ในสัมภาระของท่านได้ตามรายการที่ปรากฏในตารางข้างล่างนี้

หมายเหตุ: 
1.    ข้อกำหนดอาจแตกต่างกันตามกฎหมายของแต่ละประเทศ หรือ กฎระเบียบของแต่ละสนามบิน
2.    “ต้องขออนุญาต” หมายถึงผู้โดยสารจำเป็นต้องแจ้งกับการบินไทยล่วงหน้าเพื่อแสดงความประสงค์และขออนุญาตในการนำพาวัตถุดังกล่าวไปบนเที่ยวบิน

รายการสิ่งของบางชนิดที่การบินไทยอนุญาตให้ผู้โดยสารสามารถนำติดตัวหรือใส่ไว้ในสัมภาระได้ สัมภาระฝากใต้ท้องเครื่อง สัมภาระถือขึ้นเครื่อง ต้องขออนุญาตจากสายการบิน
เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ที่มีปริมาณแอลกอฮอล์อยู่ ระหว่าง 24% ถึง 70% (หากต่ำกว่า 24% ไม่ถือว่าเป็นวัตถุอันตราย และหากเกิน 70 % ไม่อนุญาตในทุกกรณี) ในบรรจุภัณฑ์ขายปลีกขนาดไม่เกิน 5 ลิตร และสามารถนำไปได้รวมทั้งหมดไม่เกิน 5 ลิตร ต่อผู้โดยสารหนึ่งท่าน
*หมายเหตุ: ทั้งนี้ต้องไม่เกินข้อจำกัดของศุลกากรแต่ละประเทศ
ได้
*
ได้
*
ไม่ต้องขออนุญาต

 

เครื่องกระสุน หรือ แมกกาซีนบรรจุกระสุน สำหรับใช้ในการกีฬา จัดเก็บในภาชนะบรรจุหรือหีบห่ออย่างปลอดภัย มีน้ำหนักสุทธิไม่เกิน 5 กิโลกรัมต่อผู้โดยสารหนึ่งท่าน และไม่สามารถรวมน้ำหนักกับผู้โดยสารท่านอื่นได้ ได้ ไม่ได้ ต้องขออนุญาต
ถุงลมนิรภัยที่บรรจุอยู่ในวัตถุต่าง ๆ อาทิเช่นในกระเป๋าเป้กู้ภัย (Avalanche rescue backpack), สามารถนำไปได้  1 ชิ้นต่อผู้โดยสารหนึ่งท่าน โดยถุงลมเหล่านี้ต้องบรรจุก๊าซที่ไม่ติดไฟ ไม่เป็นพิษ อาจมีตัวจุดระเบิดและเชื้อปะทุตาม Division 1.4 S มีน้ำหนักไม่เกิน 200 มิลลิกรัม โดยวัตถุที่บรรจุถุงลมนิรภัยจะต้องจัดเก็บอย่างเหมาะสมเพื่อป้องกันไม่ให้ถุงลมทำงาน และต้องมีวาล์วเพื่อปล่อยความดันอากาศที่เกิดขึ้นติดตั้งอยู่ด้วย ได้ ได้ ต้องขออนุญาต
แบตเตอรี่ชนิดลิเธียมเมทัล หรือลิเธียมไอออน สำหรับใช้งานกับอุปกรณ์อิเลกโทรนิกส์พกพา หรือ สำหรับใช้เป็นแบตเตอรี่สำรอง หรือเป็นแบตเตอรี่แบบถอดออกจากอุปกรณ์ได้ที่มีกำลังไฟไม่เกิน 100 วัตต์ชั่วโมง (20,000 มิลลิแอมป์ชั่วโมง)   สำหรับแบตเตอรี่แบบลิเธียมเมทัลต้องมีปริมาณสารลิเธียมไม่เกิน 2 กรัม ทั้งนี้ตัวแบตเตอรี่ต้องจัดเก็บอย่างเหมาะสมเพื่อป้องกันการลัดวงจร ไม่ได้ ได้ ไม่ต้องขออนุญาต
เตาแคมปิ้ง รวมถึงภาชนะบรรจุเชื้อเพลิงที่มีเชื้อเพลิงเหลวติดไฟบรรจุอยู่ จะต้องกำจัดเชื้อเพลิงที่อยู่ในถังออกให้หมด ได้ ไม่ได้ ต้องขออนุญาต
อุปกรณ์ตรวจจับสารเคมี อนุญาตเฉพาะเจ้าหน้าที่จากองค์การที่เกี่ยวข้องกับการห้ามใช้อาวุธเคมีเดินทางระหว่างการปฏิบัติหน้าที่เท่านั้น ได้ ได้ ต้องขออนุญาต
อุปกรณ์ป้องกันตัว เช่น สเปรย์พริกไทย แก๊สน้ำตา หรือ สารที่ก่อให้เกิดความระคายเคือง ไม่อนุญาตในทุกกรณี
น้ำแข็งแห้ง (คาร์บอนไดออกไซด์ชนิดแข็ง) น้ำแข็งแห้งต้องมีน้ำหนักไม่เกิน 2.5 กิโลกรัมต่อผู้โดยสารหนึ่งท่าน และหีบห่อบรรจุจะต้องให้ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ระเหิดออกได้
*หมายเหตุ: ใช้เพื่อให้ความเย็นกับสิ่งของที่ไม่เป็นวัตถุอันตรายเท่านั้น
ได้
*
ได้
*
ต้องขออนุญาต
บุหรี่ไฟฟ้า รวมถึงซิการ์ไฟฟ้า ไปป์ไฟฟ้า หรือเครื่องสูดไอระเหยส่วนบุคคลแบบไฟฟ้า ที่บรรจุแบตเตอรี่ลิเธียมอยู่ภายใน  และต้องบรรจุอยู่ในหีบห่อหรือกล่อง เพื่อป้องกันการเปิดใช้งานโดยมิได้ตั้งใจ
*หมายเหตุ:
–    สำหรับใช้งานส่วนบุคคลระหว่างเดินทางเท่านั้น
–    ไม่อนุญาตให้ใช้งานหรือชาร์จ ตลอดเที่ยวบิน
ไม่ได้ ได้
*
ไม่ต้องขออนุญาต
อาวุธช๊อตไฟฟ้าชนิดต่างๆอาทิเช่น ปืนไฟฟ้า กระบองไฟฟ้า รวมถึงไม้ช๊อตยุงไฟฟ้า  ไม่อนุญาตในทุกกรณี
เซลล์เชื้อเพลิง หรืออุปกรณ์ที่มีลักษณะใกล้เคียง สำหรับให้พลังงานแก่อุปกรณ์ไฟฟ้าแบบพกพา เช่นกล้องถ่ายรูป โทรศัพท์เคลื่อนที่ คอมพิวเตอร์พกพา ไม่ได้ ได้ ไม่ต้องขออนุญาต
เซลล์เชื้อเพลิงสำรอง
สำหรับให้พลังงานแก่อุปกรณ์ไฟฟ้าแบบพกพา
ได้ ได้ ไม่ต้องขออนุญาต
กระบอกอัดก๊าซขนาดเล็กที่มีความจุของกระบอกไม่เกิน 50 มิลลิลิตรบรรจุก๊าซแบบไม่ติดไฟ เช่น ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ หรือ ก๊าซที่ไม่ติดไฟชนิดอื่น ๆ  และไม่เป็นก๊าซพิษ ซึ่งอาจบรรจุในเสื้อชูชีพชนิดพองลมได้เอง  อนุญาตให้นำไปได้ท่านละ 2 กระบอกที่ติดรวมอยู่กับอุปกรณ์ และ 2 กระบอกสำหรับสำรอง รวมทั้งสิ้นท่านละ 4 กระบอก และอนุญาตให้นำอุปกรณ์ชนิดนี้ไปได้ท่านละไม่เกิน  1 ชิ้น ได้ ได้ ต้องขออนุญาต
กระบอกลูกสูบแบบอัดก๊าซ สำหรับใช้กับอวัยวะเทียม เช่น แขนและขาเทียม ภายในบรรจุก๊าซไม่ติดไฟ และ ไม่เป็นพิษ ทั้งนี้กระบอกสำรองให้พิจารณาขนาดตามความเหมาะสม และให้เพียงพอต่อการใช้งานระหว่างเดินทาง ได้ ได้ ไม่ต้องขออนุญาต
อุปกรณ์ดัดผมที่ใช้ความร้อนจากก๊าซประเภทไฮโดรคาร์บอน อนุญาตให้นำไปได้ท่านละ1 ชิ้น โดยจะต้องมีฝาครอบตัวทำความร้อนอยู่ด้วย
*หมายเหตุ: 
–    ก๊าซสำหรับเติมไม่อนุญาตให้นำไปด้วยในทุกกรณี
–    ไม่อนุญาตให้ใช้งานตลอดเที่ยวบิน
ได้
*
ได้
*
ไม่ต้องขออนุญาต
อุปกรณ์ที่ให้ความร้อนสูง เช่นไฟฉายใต้น้ำ หรือหัวแร้งบัดกรี ต้องจัดเก็บในกล่องและแยกบรรจุแหล่งพลังงานเพื่อป้องกันการเปิดใช้งานโดยมิได้ตั้งใจ ได้ ได้ ต้องขออนุญาต
ภาชนะหุ้มฉนวน ที่บรรจุไนโตรเจนเหลว ใช้เพื่อให้ความเย็นกับวัตถุอื่น ๆ ที่มิใช่วัตถุอันตราย โดยต้องมีการซีมซับในวัสดุเฉพาะเพื่อป้องกันการรั่วไหลออกจากภาชนะบรรจุ ได้ ได้ ไม่ต้องขออนุญาต
เครื่องยนต์สันดาปภายใน หรือ เครื่องยนต์ใช้เซลล์เชื้อเพลิง เช่น เครื่องปั่นไฟที่มีขนาดเล็ก เครื่องตัดหญ้า เลื่อยไฟฟ้า ทั้งนี้เครื่องยนต์ต้องเป็นไปตามมาตรฐาน IATA DGR Special Provisions: A70 และต้องไม่มีเชื้อเพลิงตกค้างภายใน ได้ ไม่ได้ ไม่ต้องขออนุญาต
หลอดไฟชนิดประหยัดพลังงาน เช่นหลอดฟลูออเรสเซนต์ หลอดนีออน หลอดตะเกียบ สำหรับใช้งานภายในบ้าน ต้องจัดเก็บในบรรจุภัณฑ์สำหรับขายปลีกเท่านั้น ได้ ได้ ไม่ต้องขออนุญาต
อุปกรณ์รักษาความปลอดภัยที่บรรจุแบตเตอรี่ลิเธียมอยู่ภายใน เช่นเครื่องตรวจโลหะแบบพกพา ได้ ไม่ได้ ต้องขออนุญาต
อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แบบพกพา ที่ใช้แบตเตอรี่ชนิดลิเธียมเมทัล หรือ ลิเธียมไอออนเป็นเป็นแหล่งพลังงาน อาทิ กล้องถ่ายรูป โทรศัพท์เคลื่อนที่ แทบเลต คอมพิวเตอร์พกพา รวมถึงอุปกรณ์ทางการแพทย์ขนาดพกพาเช่นเครื่อง  Portable Oxygen Concentrators (POC) ที่ได้รับการรับรองจากหน่วยงาน FAA เพื่อใช้เป็นการส่วนตัว ซึ่งไม่ใช่เพื่อการค้า โดยลิเธียมเมทัลแบตเตอรีจะต้องมีมีปริมาณสารลิเธียมไม่เกิน 2 กรัม หรือ ลิเธียมไอออนแบตเตอรีจะต้องให้กำลังไฟไม่เกิน 100 วัตต์ชั่วโมง (20,000 มิลลิแอมป์ชั่วโมง)

หากเก็บอุปกรณ์ดังกล่าว ไว้ในสัมภาระฝากใต้ท้องเครื่อง จะต้องปิดอุปกรณ์ดังกล่าว โดยต้องให้แน่ใจว่าจะไม่ทำงานเองระหว่างเที่ยวบิน และต้องป้องกันความเสียหายอันเกิดขึ้้นกับอุปกรณ์ด้วย

ได้ ได้ ไม่ต้องขออนุญาต
พาวเวอร์แบงก์ หรือ อุปกรณ์สำรองไฟ
–    ให้กำลังไฟต่ำกว่าหรือเท่ากับ 100 วัตต์ชั่วโมง (20,000 มิลลิแอมป์ชั่วโมง) เพื่อใช้เป็นการส่วนตัว ซึ่งไม่ใช่เพื่อการค้า
–    *ให้กำลังไฟเกิน 100 แต่ไม่เกิน 160 วัตต์ชั่วโมง (20,000 – 32,000 มิลลิแอมป์ชั่วโมง) อนุญาตให้ท่านละไม่เกิน 2 ชิ้น และต้องขออนุญาตจากการบินไทยก่อน
–    กำลังไฟเกิน 160 วัตต์ชั่วโมง (32,000 มิลลิแอมป์ชั่วโมง) ไม่อนุญาตในทุกกรณี
ไม่ได้ ได้

พิจารณาตามกำลังไฟของพาวเวอร์แบงค์

ไม่ต้องขออนุญาต*
ยานพาหนะส่วนบุคคล หรือยานพาหนะขนาดเล็กอื่น ๆ ที่มีลักษณะใกล้เคียงที่ใช้กำลังไฟจากแบตเตอรี่ลิเธียม รวมทั้งอุปกรณ์เสริมอื่น ๆ ซึ่งไม่ถือเป็นอุปกรณ์ช่วยสำหรับผู้ที่มีข้อจำกัดในการเคลื่อนที่ ไม่อนุญาตในทุกกรณี
แบตเตอรี่สำรอง ที่ให้กำลังไฟเกิน 100 แต่ไม่เกิน 160 วัตต์ชั่วโมง (20,000 – 32,000 มิลลิแอมป์ชั่วโมง) สำหรับให้พลังงานแก่อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ส่วนบุคคล และเครื่องมือทางการแพทย์แบบพกพา แบตเตอรี่มีปริมาณสารลิเธียมอยู่ระหว่าง 2 ถึง 8 กรัม ซึ่งอนุญาตเฉพาะเครื่องมือทางการแพทย์ที่จำเป็นต้องใช้ระหว่างการเดินทางเท่านั้น สามารถนำไปได้ท่านละไม่เกิน 2 ก้อน และแต่ละก้อนต้องจัดเก็บอย่างเหมาะสมเพื่อป้องกันการลัดวงจร ไม่ได้ ได้ ต้องขออนุญาต
อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แบบพกพา รวมถึงเครื่องมือทางการแพทย์แบบพกพา ที่ใช้แบตเตอรี่ชนิดลิเธียมเมทัล หรือ ลิเธียมไอออนเป็นแหล่งพลังงาน ซึ่งแบตเตอรี่ดังกล่าวให้กำลังไฟระหว่าง 100 – 160 วัตต์ชั่วโมง (20,000 – 32,000 มิลลิแอมป์ชั่วโมง)  โดยแบตเตอรี่มีปริมาณสารลิเธียมอยู่ระหว่าง 2 ถึง 8 กรัม ซึ่งอนุญาตเฉพาะเครื่องมือทางการแพทย์ที่จำเป็นต้องใช้ระหว่างการเดินทางเท่านั้น

 

หากเก็บอุปกรณ์ดังกล่าว ไว้ในสัมภาระฝากใต้ท้องเครื่อง จะต้องปิดอุปกรณ์ดังกล่าว โดยต้องให้แน่ใจว่าจะไม่ทำงานเองระหว่างเที่ยวบิน และต้องป้องกันความเสียหายอันเกิดขึ้้นกับอุปกรณ์ด้วย

ได้ ได้ ต้องขออนุญาต
ไม้ขีดไฟแบบแผง หรือไฟแช็คขนาดเล็ก ที่ใช้เชื้อเพลิงแบบก๊าซเหลว สำหรับใช้งานระหว่างการเดินทาง โดยอนุญาตให้พกติดตัวเท่านั้น
*หมายเหตุ:
–    ไม้ขีดไฟที่สามารถจุดติดได้ทุกที่ (“Strike anywhere” matches) ไฟแช็คที่ให้เปลวเพลิงสีฟ้า ไฟแช็คสำหรับซิการ์ และเชื้อเพลิงสำหรับเติม ไม่อนุญาตในทุกกรณี
–    โปรดตรวจสอบข้อกำหนดของสนามบินต่างๆอีกครั้ง
ไม่ได้ ให้พกติดตัวเท่านั้น
*
ไม่ต้องขออนุญาต
อุปกรณ์ช่วยสำหรับผู้ที่มีข้อจำกัดในการเคลื่อนที่เช่นวิลแชร์ ที่ใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ ชนิดเปียกที่ป้องกันการรั่วไหล อนุญาตให้นำไปได้ โดยแนะนำให้ตัดวงจร หรือ ปลดขั้วแบตเตอรี่พร้อมทั้งห่อหุ้มขั้วแบตเตอรี่ให้เรียบร้อยเพื่อป้องกันการลัดวงจรแบตเตอรี่ต้องเป็นไปตามมาตรฐาน   IATA DGR Special provision: A123 หรือ A199 ได้ ไม่ได้ ต้องขออนุญาต
อุปกรณ์ช่วยสำหรับผู้ที่มีข้อจำกัดในการเคลื่อนที่เช่นวิลแชร์ ที่ใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ชนิดเปียกที่ไม่ป้องกันการรั่วไหล หรือลิเธียมแบตเตอรี่สำหรับวีลแชร์แบบพับไม่ได้ อนุญาตให้นำไปได้ และในบางกรณีอาจต้องแยกตัวแบตเตอรี่ ไว้ในบรรจุภัณฑ์ที่แข็งแรงพร้อมทั้งใส่วัสดุซึมซับเฉพาะสำหรับสารกัดกร่อนที่อาจรั่วไหลออกมา ได้ ไม่ได้ ต้องขออนุญาต
อุปกรณ์ช่วยสำหรับผู้ที่มีข้อจำกัดในการเคลื่อนที่เช่นวิลแชร์แบบพับได้ ที่ใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ ชนิดลิเธียมไอออน อนุญาตให้นำไปได้โดยต้องถอดแบตเตอรี่ออก เพื่อถือขึ้นเครื่อง ไม่ได้ ได้ ต้องขออนุญาต
ยาหรือเครื่องสำอาง ที่ไม่มีสารกัมมันตรังสี รวมถึงสเปรย์ต่าง ๆเช่นสเปรย์แต่งผม น้ำหอม โคโลจน์ และ ยาที่มีแอลกอฮอล์เป็นส่วนผสม

 

โดยมีปริมาตรรวมกันของยาหรือเครื่องสำอาง ที่ไม่มีสารกัมมันตรังสี รวมถึงสเปรย์ต่าง ๆ และ สเปรย์ ที่ไม่ติดไฟ ไม่เป็นพิษ ต้องไม่เกิน 2 ลิตร หรือน้ำหนักรวมไม่เกิน 2 กิโลกรัม มีปริมาตรต่อชิ้นไม่เกิน 500 มิลลิลิตร หรือ 500 กรัม ต้องมีฝาครอบเพื่อป้องกันการฉีดสเปรย์โดยมิได้ตั้งใจ

ได้ ได้ ไม่ต้องขออนุญาต
สเปรย์ ที่ไม่ติดไฟ ไม่เป็นพิษ สำหรับใช้เพื่อการกีฬา และใช้งานในบ้านโดยมีปริมาตรรวมกันของยาหรือเครื่องสำอาง ที่ไม่มีสารกัมมันตรังสี รวมถึงสเปรย์ต่าง ๆ และ สเปรย์ ที่ไม่ติดไฟ ไม่เป็นพิษ รวมกันต้องไม่เกิน 2 ลิตร หรือน้ำหนักรวมไม่เกิน 2 กิโลกรัม มีปริมาตรต่อชิ้นไม่เกิน 500 มิลลิลิตร หรือ 500 กรัม ต้องมีฝาครอบเพื่อป้องกันการฉีดสเปรย์โดยมิได้ตั้งใจ ได้ ไม่ได้ ไม่ต้องขออนุญาต
ถังออกซิเจน หรือ ถังอัดอากาศ ทุกประเภทสำหรับใช้กับผู้ป่วย ไม่อนุญาตให้นำขึ้นเครื่องในทุกรณี หากผู้โดยสารมีความจำเป็น การบินไทยมีอุปกรณ์ดังกล่าวให้บริการ โปรดติดต่อสำนักงานขายเพื่อแจ้งความประสงค์ ไม่อนุญาตในทุกกรณี
เครื่องตรวจวัดคุณภาพอากาศอุปกรณ์ต้องเป็นไปตามมาตรฐานตาม IATA DGR Special Provisions: A41 ได้ ไม่ได้ ไม่ต้องขออนุญาต
อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แบบพกพา ที่ใช้แบตเตอรี่ชนิดเปียกที่ป้องกันการรั่วไหลเป็นแหล่งพลังงาน อนุญาตให้นำไปได้พร้อมแบตเตอรี่สำรองไม่เกิน 2 ก้อน โดยแบตเตอรี่ต้องมีกำลังไฟไม่เกิน 12 โวลต์ หรือต่ำกว่า 100 วัตต์ชั่วโมง (20,000 มิลลิแอมป์ชั่วโมง)  และ ต้องเป็นไปตามมาตรฐาน   IATA DGR Special provision: A67 ได้ ได้ ไม่ต้องขออนุญาต
เครื่องกระตุ้นหัวใจ ชนิดที่ใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ลิเธียม ที่ฝังอยู่ภายในร่างกายหรือพกติดตัว สำหรับใช้ในการรักษาผู้ป่วย ไม่ได้ ให้พกติดตัวเท่านั้น ไม่ต้องขออนุญาต
อุปกรณ์รักษาความปลอดภัย เช่นกล่องเงินสด ถุงเงินสด ที่มีส่วนประกอบเป็นแบตเตอรี่ลิเธียม หรือ เชื้อปะทุต่าง ๆ ไม่อนุญาตในทุกกรณี
ตัวอย่างทางชีวภาพ เช่นเนื้อเยื่อ เลือด ที่ไม่ติดเชื้อ จำนวนเล็กน้อย บรรจุในของเหลวไม่ติดไฟ ตามมาตรฐาน   IATA DGR Special provision: A180 ได้ ได้ ไม่ต้องขออนุญาต
เครื่องวัดอุณหภูมิ เทอร์โมมิเตอร์ หรือปรอทวัดไข้ที่ใช้ทางการแพทย์สำหรับใช้งานส่วนบุคคล ต้องบรรจุในกล่องหรือบรรจุภัณฑ์ เพื่อป้องกันการแตกหัก อนุญาตให้นำไปได้ท่านละ 1 ชิ้น ได้ ได้ ไม่ต้องขออนุญาต
เครื่องวัดอุณหภูมิ เทอร์โมมิเตอร์ หรือเครื่องวัดความดันอากาศ ที่บรรจุปรอทไว้ภายใน ต้องบรรจุในกล่องหรือบรรจุภัณฑ์ เพื่อป้องกันการแตกหัก  อนุญาตให้เฉพาะเจ้าหน้าที่รัฐจากหน่วยงานอุตุนิยมวิทยา ไม่ได้ ได้ ต้องขออนุญาต